HORIBA เปิดตัวการพัฒนา RDE ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง หนุน OEM ประหยัดต้นทุน 17 ล้านดอลลาร์

0
57

ฮอริบา (HORIBA) เปิดตัวโซลูชันใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงสำหรับพัฒนาอัตราการปล่อยไอเสียจากการขับขี่บนท้องถนนจริง (Real Driving Emissions: RDE) ซึ่งช่วยให้ธุรกิจประหยัดต้นทุนที่ต้องใช้สำหรับรถยนต์ต้นแบบเพียงอย่างเดียวได้ถึง 17 ล้านดอลลาร์

ระบบ RDE+ ซึ่งเปิดตัวทั่วโลกในวันนี้ (30 ก.ค.2563) เป็นโซลูชันแบบ “road to rig” ที่นำโลกแห่งความเป็นจริงมาไว้ในห้องปฏิบัติการ ประกอบด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมแบบเสมือน และการตรวจสอบความถูกต้อง ที่ช่วยให้การพัฒนา RDE เสร็จสมบูรณ์ได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าแต่ก่อน 

การเปิดตัวระบบ RDE+ เกิดขึ้นพร้อมกับการเผยแพร่เอกสารสมุดปกขาวฉบับใหม่ของฮอริบา ซึ่งให้ข้อมูลกรณีศึกษาทางธุรกิจเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนา RDE สำหรับระบบส่งกำลังรถยนต์ 

ผลการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการโดยฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวนด์ เผยให้เห็นว่า การทดสอบ RDE ด้วยระบบเสมือนจริงช่วยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ (OEM) ลดข้อกำหนดต่างๆ ในการสร้างรถยนต์ต้นแบบได้ถึง 75% โดยแทนที่จะดำเนินการทดสอบบนท้องถนน ก็เปลี่ยนมาเป็นการพัฒนาในห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลที่ได้คือสามารถประหยัดต้นทุนได้ถึง 17 ล้านดอลลาร์ต่อโครงการพัฒนารถยนต์หนึ่งโครงการ นอกจากประหยัดต้นทุนมหาศาลแล้ว ยังช่วยย่นระยะเวลาในการพัฒนาอีกด้วย 

สตีฟ วีแลน หัวหน้าศูนย์พัฒนาและการใช้งานทั่วโลกของฮอริบา กล่าวว่า “ผู้ผลิตรถยนต์กำลังเผชิญความท้าทายหลายประการ ตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซไอเสีย การใช้พลังงานไฟฟ้า และการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เราจึงพัฒนาระบบ RDE+ ขึ้นมาเพื่อให้ได้แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและลดต้นทุนในการพัฒนาด้าน RDE”

“การพัฒนาระบบจำลอง RDE แบบเสมือนจริงเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์นั้นไม่เคยได้รับความสนใจมากเท่าครั้งนี้ เพราะผลวิจัยของเราชี้ว่า RDE+ ช่วยให้ OEM ลดต้นทุนการสร้างรถยนต์ต้นแบบในแต่ละโครงการได้ถึง 17 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ใช่แค่ประหยัดต้นทุนหลายล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่ยังย่นระยะเวลาในการพัฒนาด้วย”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ RDE+ ของ HORIBA MIRA สามารถดูได้ที่ www.horiba.com/RDEplus