“สิทธิผล” ฉลองศตวรรษแห่งความสำเร็จ ก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง

0
78

หากกล่าวถึงชื่อของ “กลุ่มสิทธิผล” (The Sittipol Group) ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้เป็นแน่ เพราะกลุ่มสิทธิผล หรือ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด นับเป็นอาณาจักรธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์รายใหญ่อันดับต้นของประเทศ ภายใต้การผนึกกำลังของสี่พี่น้องเจเนอเรชั่นที่ 3 แห่งตระกูลลี้อิสสระนุกูล นำทัพโดยหัวหอกคนสำคัญอย่าง ทนง ลี้อิสสระนุกูล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล, อภิชาต ลี้อิสสระนุกูล และ พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ ที่ต่างมุ่งมั่นบริหารธุรกิจในเครือด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน ส่งผลให้ปัจจุบันกลุ่มสิทธิผลเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและอยู่คู่ประเทศไทยมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นแสนเรียบง่ายของร้านปะยางรถจักรยานเล็กๆ ใต้ต้นโพธิ์ในย่านตลาดน้อย กระทั่งปี 2462 บริษัท เซ่งง่วนฮง จำกัด จึงถือกำเนิดขึ้นจากการบุกเบิกเส้นทางธุรกิจ โดย กนก ลี้อิสสระนุกูล ที่ได้ก่อตั้งและวางรากฐานแนวทางธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล จากการปะยางจึงเริ่มหันมารับซ่อมและขยับขยายสู่การนำเข้ารถจักรยาน “ราเล่ย์” แบรนด์หรูของอังกฤษ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “บริษัท สิทธิผล 1919” และได้ถ่ายทอดสิ่งที่กำลังปลุกปั้นสู่ทายาทรุ่นที่ 2 ซึ่งมี วิทยา ลี้อิสสระนุกูล รับหน้าที่เป็นผู้กุมบังเหียน จนในที่สุดก็ถึงเวลาส่งต่อความท้าทายมายังรุ่นที่ 3 ในปัจจุบันกับการสานต่อธุรกิจที่ไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่แวดวงสองล้อเท่านั้นแต่กลับมุ่งหน้าสู่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์อย่างเต็มตัว
ทั้งนี้หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กลุ่มสิทธิผลประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้ คงต้องยกให้นโยบายการดำเนินธุรกิจแบบ “คุณภาพคู่คุณธรรม” กล่าวคือ ค้าขายด้วยความซื่อสัตย์สุจริตพร้อมสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปรัชญาที่เหล่าลูกหลานต่างยึดมั่นและได้รับการปลูกฝังมากว่า 100 ปี จากคำสอนของคุณปู่ กนก ลี้อิสสระนุกูล ที่ว่า “ทำการค้าต้องยึดหลักคุณภาพคู่คุณธรรม อาศัยแผ่นดินอยู่ต้องอย่าลืมตอบแทนคุณแผ่นดิน” โดยปัจจุบันกลุ่มสิทธิผลดำเนินกิจการครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ กลุ่มยาง โดย บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์มาตรฐานสูงระดับโลก ภายใต้แบรนด์ “ไออาร์ซี” (IRC), กลุ่มอุปกรณ์ส่องสว่างและชิ้นงานพลาสติก บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน), กลุ่มเหล็ก บริษัท ไดโด สิทธิผล จำกัด ผู้ผลิตโซ่จักรยานยนต์แบรนด์ “ดี.ไอ.ดี” (D.I.D), กลุ่มพลังงาน บริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายน้ำมันเครื่องระดับโลกสัญชาติฝรั่งเศส “โททาล” และ “เอลฟ์”, กลุ่มวาล์วและชิ้นส่วนยานยนต์ บริษัท แปซิฟิค อินดัสตรีย์ส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายวาล์วสำหรับยานยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มการตลาด, Holding Company, กลุ่มวิจัยและพัฒนา รวมทั้ง กลุ่มสิทธิผล วีแคร์ ที่ ‘ทนง’ ตั้งใจก่อตั้งขึ้นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและให้ความสำคัญกับสังคมในด้านต่างๆ ภายใต้สโลแกน “มุ่งคืนกำไร สู่สังคมโดยตรง” อาทิ โครงการอะไหล่มนุษย์ ซึ่งได้ร่วมกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย รณรงค์ให้คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะมากขึ้น, โครงการมอบผ้าห่มคลายหนาว เพื่อบรรเทาทุกข์ให้เด็กนักเรียนผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร, โครงการ Local Hero กลับคืนถิ่นเพื่อน้อง ที่ช่วยปลูกจิตสำนึกที่ดีให้แก่พนักงานได้กลับไปทำความดีตอบแทนคุณสถานศึกษาในบ้านเกิด และ โครงการอนุรักษ์น้ำและพิทักษ์สัตว์ป่า เป็นต้น

“สำหรับผมสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือการที่ผมและพี่น้องสามารถต่อยอดความสำเร็จให้กับวงศ์ตระกูลได้ เมื่อเราผ่าน 100 ปีมาได้ จากนี้ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว”

นี่คือคำกล่าวล่าสุดของ ‘ทนง’ ที่ได้เปิดใจหลังนำทัพบริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ก้าวผ่าน 100 ปีมาได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางแรงโหมกระหน่ำของวิกฤตโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งอันดับแรกคงต้องชื่นชมการวางรากฐานธุรกิจตั้งแต่ยุคสมัยแรก ประกอบกับวิสัยทัศน์ของเหล่าผู้บริหารในปัจจุบันที่ช่วยสานต่อและเกื้อหนุนให้กลุ่มสิทธิผลก้าวไกลเป็นผู้นำเสมอมา ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์และความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีแม้แต่ในยุคนิวนอร์มอลเช่นนี้ก็ตาม

ยอดขายในประเทศพุ่งสูงสุดในรอบ 100 ปี ‘ทนง’ กล่าวว่า “ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด สามารถทำยอดขายเฉพาะในตลาด Replacement ได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งมา สืบเนื่องมาจากเหตุผลหลักที่ลูกค้าของเราโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Food Delivery เป็นกลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่ธุรกิจเราสามารถไปได้กับยุคนิวนอร์มอลอย่างลงตัว อีกทั้งอย่างไรก็ตามทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้พาหนะอยู่แล้ว และผมมองว่ามอเตอร์ไซค์คือพาหนะสุดท้ายที่คนจะเลิกใช้”

โดย ‘ทนง’ ได้เล่าถึงอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้แม้ในช่วงเวลายากลำบาก “ตั้งแต่แรกเริ่มเรามีนโยบายในการว่าจ้างพนักงานรวมทั้งคนงานที่เป็นคนไทยทั้งหมด 100% ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้คนไทยด้วยกันมีอาชีพแล้ว ยังส่งผลดีให้การผลิตเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องหรือหยุดชะงักน้อยที่สุด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราก็ได้ช่วยกันประคองให้บริษัทอยู่รอดไปได้อย่างพอเพียง โดยไม่มีการปลดพนักงาน หรือลดเงินเดือน นั่นคือสิ่งที่ผมถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว”

เหนือสิ่งอื่นใดการคำนึงถึงภาพรวมของประเทศ รวมถึงการช่วยเหลือและแบ่งปันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่องค์กรอย่างสิทธิผลได้รับการปลูกฝังมาอย่างดีจากรุ่นสู่รุ่น จึงเป็นที่มาของการออกนโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหรือผู้ใช้งานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับประโยชน์สูงสุด อาทิ แบรนด์ “ไออาร์ซี” (IRC) ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการผลิตและจำหน่ายยางในเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นและปลอดภัยในราคาที่ประหยัดลงกว่าเดิม นอกจากนี้ในทุกๆ ปียังร่วมมือกับบริษัทภายในเครือเสริมความแข็งแกร่งให้วงการแพทย์ด้วยการบริจาคเงิน, อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงรถพยาบาลฉุกเฉินให้แก่โรงพยาบาล อีกทั้งมูลนิธิต่างๆ ที่ยังขาดแคลนอีกด้วย

เท่าทันด้วยนวัตกรรม ต่อข้อซักถามถึงบิ๊กโปรเจคและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ‘ทนง’ กล่าวว่า “จากนี้ไปอีก 10 ปี เราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ทุกวันนี้กลุ่มธุรกิจในเครือสิทธิผลไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาให้ก้าวทันโลก โดยนำ Innovation ต่างๆ มาผสมผสานในทุกการผลิตเพื่อเตรียมรองรับกับความต้องการที่เปลี่ยนไป เช่น ในกลุ่มธุรกิจเหล็ก อย่างแบรนด์ “ดี.ไอ.ดี” (D.I.D) เร็วๆ นี้ ก็ได้จับมือกับนักแข่งมอเตอร์ไซค์ระดับโลก วาเลนติโน่ รอสซี่ ซึ่งจะมาช่วยสร้างแบรนด์อิมเมจของเราให้ Worldwide มากยิ่งขึ้น ส่วนในกลุ่มของพลังงานอย่างน้ำมันเครื่อง “โททาล” และ “เอลฟ์” พอรถไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น หลายคนอาจมองว่ามีผลกระทบ แต่เราก็ได้ฉีกไลน์การผลิตไปทางพลังงานสำรองเรียบร้อยแล้ว ทั้งโซลาร์ และ Wind Power ทั้งยังเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่อีกในเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับในกลุ่มธุรกิจยางของไออาร์ซี เมื่อมีรถไฟฟ้าก็ส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนยางที่เราดูแลมีมูลค่าสูงขึ้น เพราะ Sealing Part ที่ผลิตจากยางนับเป็นเทคโนโลยีสำคัญมากที่ช่วยให้เครื่องเดินเงียบได้อย่างไร้ที่ติ”

เปิดอาณาจักรแห่งใหม่และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี อีกทั้งด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของผู้นำ จึงเป็นที่มาของการเปิดอาณาจักรใหม่แห่งกลุ่มสิทธิผล โดยหมายมั่นปั้นมือให้เป็นศูนย์รวมของทุกธุรกิจในเครือ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจใหม่อย่างถนนพระราม 3 ด้วยอาคารสูง 22 ชั้น บนพื้นที่เพียง 388 ตารางวา ทั้งนี้ล้วนเกิดมาจากไอเดียที่ ‘ทนง’ อยากได้อาคารที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก เพื่อเอื้อต่อการดูแลบำรุงรักษาได้ง่าย โดยได้สถาปนิกชื่อดังอย่าง อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ มาช่วยออกแบบได้ตอบโจทย์และตรงความต้องการที่อยากใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้การก่อสร้างของบริษัทชั้นนำ Thai Takenaka International ซึ่งอาคารแห่งนี้ยังมาพร้อมกับความพิเศษอันล้ำสมัยของที่จอดรถอัตโนมัติโดย IHI Parking System ที่โดดเด่นด้วยระบบอัจฉริยะตามแบบฉบับญี่ปุ่นขนานแท้อีกด้วย

“ถึงแม้ตึกใหม่นี้จะสร้างเสร็จในช่วงโควิดพอดี แต่ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีและถูกจังหวะ ที่เราได้ขยับขยายเข้ามาสู่ออฟฟิศใหม่ที่มีมาตรฐานสูงและดีไซน์มาในแบบ Eco-friendly ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องความสะอาด, ความปลอดภัย และ Social Distancing ได้เป็นอย่างดี ผมคิดว่านับต่อจากนี้เราได้วางรากฐานของครอบครัวกลุ่มสิทธิผลไว้อย่างมั่นคงและยั่งยืนมากพอที่จะเติบโตไปได้อีกใน 10 ปีข้างหน้าแล้ว” ทนง กล่าว