วี คาร์โก รุกพัฒนา ยกระดับไอทีสู่ Version 2

0
123

กลุ่มบริษัทวี คาร์โก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำชาวไทย เดินหน้าพัฒนาระบบเทคโนโลยี ดิจิตอลและไซเบอร์ Version 2 ต่อยอดจาก Version 1 ทำให้สามารถ บริหารจัดเส้นทางการขนส่ง (Routing) อัตโนมัติ ไปถึงบ้านลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพคือ รวดเร็ว ประหยัดและลดการใช้ทรัพยากรทั้งเวลาและพลังงานเชื้อเพลิง

นายอุดม ศรีสงคราม กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทวี คาร์โก เปิดเผยว่า โครงการพัฒนา Transport Management System หรือ TMS ใน Version แรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ภายใต้ TMS Version แรก ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาการให้บริการลูกค้าผ่าน Applications บนโทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart Phone โดยพนักงานส่งสินค้าจะไม่ต้องใช้เอกสารการทำงานในแต่ละวัน แต่จะเป็นการรับคำสั่งรวมไปถึงการส่งมอบสินค้าไปจนถึงการปิดงานในแต่ละวันผ่าน Application บน Smart Phone 100% ทำให้ไม่มีเอกสารที่เป็นกระดาษหลงเหลืออยู่ในระบบการทำงานจากสำนักงานถึงบ้านลูกค้าที่สั่งสินค้าผ่านองค์กรที่เป็นลูกค้าของกลุ่มบริษัทวี คาร์โก

และได้พัฒนา TMS Version 2 นี้ เสร็จเมื่อปลาย พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Version 1 ให้เป็นระบบเปิดที่พร้อมจะรับการสื่อสารสองทางกับบริษัทคู่ค้าภายนอกได้อย่างลื่นไหล ไม่เกิดการสะดุด ทำให้ Applications ต่างๆ ที่วิ่งในระบบ TMS สามารถดึงและส่งข้อมูลเชื่อมต่อกับลูกค้าที่เป็นองค์กรภายนอกได้ อีกทั้งมีการพัฒนาระบบ Vehicle Route Planning หรือ VRP ซึ่งเป็นระบบที่อยู่ภายใต้ระบบใหญ่ TMS โดย VRP จะเป็นระบบที่นำข้อมูลชุดคำสั่งของลูกค้าแต่ละรายเข้าสู่ระบบ TMS เพื่อทำการวิเคราะห์จัดสรรรถบรรทุกว่าจำเป็นต้องใช้กี่คัน รวมไปถึงเสนอแนะเส้นทางการเดินรถ ว่าควรมีเส้นทางใดบ้าง ภายใต้คำสั่งของลูกค้าว่าจะให้ส่งสินค้าไปยังจุดไหน ในปริมาณเท่าใด 

ภายใต้ระบบ TMS Version 2 ยังมีอีกหนึ่ง Application คือ Smart Station หรือ ปั้มจ่ายน้ำมันอัจฉริยะ ที่จะช่วยให้กลุ่มบริษัทวี คาร์โก สามารถควบคุมต้นทุนหลักของธุรกิจขนส่งคือน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเป็นการคำนวณการใช้น้ำมันของรถแต่ละคันที่เชื่อมต่อกับระบบ VRP ที่คำนวณเส้นทางซึ่งจะสามารถระบุระยะทางที่เป็นกิโลเมตรของรถแต่ละคัน เชื่อมต่อกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถแต่ละคัน ทำให้ระบบสามารถกำหนดความต้องการใช้น้ำมันของรถแต่ละคันในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งผ่านไปที่ระบบ Smart Station เพื่อกำหนดปริมาณน้ำมันที่จะเติมให้กับรถแต่ละคันในแต่ละวัน

“ผมพูดได้เต็มปากครับว่า TMS Version 2 และ VRP ทำให้เราเป็น Paperless Office และ Human Less Office ซึ่งสุดท้ายแล้วคนที่จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นมาก็คือองค์กรลูกค้าของเรา และลูกค้าขององค์กรลูกค้าเราที่จะได้รับบริการที่ดี มีประสิทธิภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ลูกค้าเราสามารถแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นในตลาดได้” นายอุดม กล่าว