ปตท.สผ. ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 กำไรสุทธิ 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

0
75

ปตท.สผ. เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564 ปรับตัวดีขึ้น โดยมีกำไรสุทธิ 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงการบันทึกรายการพิเศษทางบัญชีจากการลงทุนในโครงการโอมาน แปลง 61 เตรียมปรับเพิ่มเป้าปริมาณการขายอีกครั้ง หลังการเข้าซื้อสัดส่วนในแปลง 61 เสร็จสิ้น และเริ่มการผลิตก๊าซฯโครงการมาเลเซีย – แปลงเอช ได้เร็วกว่าที่คาด

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า ในไตรมาส 1 ปี 2564 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 1,779 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 54,034 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับ 1,348 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 40,494  ล้านบาท) ในไตรมาส 4 ปี 2563 โดยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,391 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 42,136  ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่สูงขึ้น 10% มาอยู่ที่ 40.38 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในไตรมาสแรกนี้ บริษัทมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring item) เพิ่มขึ้น จากการซื้อสัดส่วนการลงทุน 20% ในโครงการโอมาน แปลง 61 ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม จำนวน 350 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 10,772  ล้านบาท)

ในไตรมาส 1 นี้ บริษัทมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 382,877 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีปริมาณ 381,285 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 จำนวน 376 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 11,534 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 364% เมื่อเทียบกับ 81 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 2,433 ล้านบาท) ในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา ที่ 74% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ลงมาอยู่ที่ 27.96 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ