นิ่มซี่เส็งขนส่ง มุ่งพัฒนา พขร. สู่นักขับมืออาชีพ

0
140

บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้ารายใหญ่ในภาคเหนือ ยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานขับรถ โดยปรับสัดส่วนพนักงานขับรถ 1.5 คนต่อรถ 1 คัน (พนักงานขับรถ 3 คนต่อรถ 2 คัน) จากเดิมที่ใช้สัดส่วน 1:1 (พนักงานขับรถ 1 คนต่อรถ 1 คัน) ทั้งนี้เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานขับรถของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงในอาชีพของพนักงานโดยเน้นความปลอดภัยบนท้องถนนในขณะปฏิบัติหน้าที่

นายชวลิต สุวิทย์ศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะพนักงานขับรถ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร โดยที่ผ่านมา ได้มีการเพิ่มสัดส่วนพนักงานขับรถต่อจำนวนรถจาก 1:1 มาเป็น 1.5:1 ภายใต้โครงการพนักงานขับรถ 3 คนต่อรถ 2 คัน ทำให้พนักงานขับรถมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้น และทำให้เป็นบริษัทประกอบกิจการขนส่งที่ พขร. อยากร่วมงานด้วย

“ในอดีต ผมบอกได้เลยว่าคนขับรถของเราไม่มีเวลาพักเลย เขาต้องขับรถและอยู่กับรถตลอดเวลา ทำให้ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาส่วนตัว ส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผมจึงมีแนวคิดว่าทำอย่างไรให้พวกเขามีความรู้สึกว่าอาชีพพนักงานขับรถเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงและเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนอาชีพอื่น ผมจึงลงไปดูถึงสภาพการทำงานของพวกเขา สุดท้ายผมจึงเพิ่มจำนวนพนักงานขับรถต่อคัน และพัฒนาการฝึกอบรมและผลิตพนักงานขับรถคุณภาพให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้สัดส่วนพนักงานขับรถต่อจำนวนรถอยู่ในสัดส่วนเหมาะสม” นายชวลิต กล่าว

นายชวลิต กล่าวว่า ด้วยความวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้าง พขร. ของบริษัทให้มีคุณภาพและมีภาพลักษณ์เป็นสมาร์ทไดร์ฟเวอร์ ทางบริษัทฯจึงสนับสนุนให้ พขร. ของนิ่มซี่เส็งขนส่งได้มีโอกาสได้เข้าร่วมสนามแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพการขับรถบรรทุกและปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานในสนามต่างๆ โดยล่าสุด นายศุภชัย ทาเจริญ ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะในรายการ UD Extra Mile Challenge ร่วมกับผู้ชนะอีก 9 คน จาก 9 ประเทศโดย ยูดี ทรัคส์ ได้จัดพิธีประกาศมอบรางวัลเกียรติยศผู้ชนะพร้อมกันในรูป Virtual ภายใต้ชื่องาน UD Extra Mile Challenge Virtual Award Ceremony เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้นายศุภชัย ในฐานะแชมป์ประเทศไทยประจำปี 2019 พร้อมด้วยผู้ชนะอีก 9 คนจาก 9 ประเทศ จากผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้นมากกว่า 500 คน โดยตามกำหนดเดิมต้องมีแข่งขันในปี 2020 รอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เนื่องจากสถานการณ์การระบาด COVID-19 ทั่วโลก ทำให้การแข่งขันไม่สามารถดำเนินการไปตามแผนได้ คณะกรรมการจัดงานจึงมีมติให้ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้ง 10 คนจาก 9 ประเทศเป็นแชมป์ร่วมกัน และได้รับมอบของขวัญส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นเกียรติกับฮีโร่นักขับทุกท่าน